บัณฑูรชี้ข้อเสนอปรองดองต้องทำคู่6ภารกิจ

.

อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ‘บัณฑูร’ ชี้ ข้อเสนอปรองดองต้องทำคู่ 6 ภารกิจ โดยเริ่มจากการทำให้ความจริงของการเกิดเหตุความรุนแรงให้ปรากฏ

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และหนึ่งในคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงข้อเสนอกฎหมายรอกำหนดโทษเพื่อการปรองดองของ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ว่า เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ชุดที่ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน มีความแตกต่างกันมาก เพราะการสร้างความปรองดองของ นายเอนก มีการวางโครงสร้างและองค์ประกอบของกระบวนการที่จะนำไปสู่การสร้างสันติสุข แต่ของ นายเสรี เป็นเพียงหนึ่งในภารกิจย่อย และเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว จึงทำให้เกิดปัญหา ความไม่เข้าใจ และเกิดแรงต้าน ดังนั้น จึงเห็นว่าการสร้างความปรองดองควรทำควบคู่กับ 6 ภารกิจ เริ่มจากการทำให้ความจริงของการเกิดเหตุความรุนแรงปรากฏ มีการกำหนดหลักเกณฑ์และเปิดเผยข้อมูลนำไปสู่การเยียวยาที่มีความเป็นธรรมในทุกกลุ่ม สร้างความสำนึกรับรู้ผิด การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก การอยู่ร่วมกัน โดยยึดถือแนวทางสันติวิธี และการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง

นายบัณฑูร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังคงมีแรงต้านจากกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบและความไม่เท่าเทียมในการปฏิบัติ รวมทั้งสังคมยังมีความเข้าใจความหมายของการสร้างความปรองดองแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องสื่อสารเรื่องที่จะต้องทำ และมีขั้นตอนเป็นอย่างไรให้กับประชาชนได้เข้าใจ ขณะเดียวกัน ต้องรอกฎหมายการอำนวยความยุติธรรมเพื่อสร้างสังคมสันติสุข โดยมีสาระสำคัญที่จะมีการแยกกลุ่ม และประเภทของคดี และในวันพรุ่งนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะมาแถลงให้รับทราบ

นอกจานี้ นายบัณฑูร ยังเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.)  เวลา 10.30 น. นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนพฤษภา 35 จะแถลงข่าวที่รัฐสภา เพื่อเสนอกฎหมายอำนวยความยุติธรรม เพื่อสร้างสังคมสันติสุข ตามเนื้อหาที่คณะกรรมการชุด นายเอนก เสนอมา โดยกฎหมายดังกล่าวจะแบ่งแยกประเภทความผิด และกลุ่มผู้กระทำ
ความผิดออกจากกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะจะแยกประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็น “กลุ่มต้นซอย” ว่า มีความผิดแค่ฐานผิดพระราชกำหนดฉุกเฉินในการออกมาชุมนุม เพื่อไม่ให้มีการดึงคนกลุ่มนี้มาเป็นตัวประกัน พร้อมจะให้เข้าสู่กระบวนการเยียวยา มีการสร้างพันธสัญญาว่า จะไม่กลับไปรวมกลุ่มก่อเหตุที่จะกลับไปสู่ความวุ่นวายอีก